ภาษีการขายอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฏหมาย

ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นมีนอกจากราคาของอสังหาริมทรัพย์แล้ว ผู้ซื้อผู้ขายจำเป็นจะต้องมีความรู้ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม ในการซื้อขายด้วย การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสำหรับคอนโด สำหรับบ้าน หรือสำหรับประเภทอื่นๆ ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมองข้ามในจุดนี้ไป ก็อาจจะตกเป็นผู้เสียเปรียบได้ โดยค่าภาษีนั้นจำเป็นจะต้องเสียทั้งผู้ขาย รวมถึงผู้ซื้อด้วย ในส่วนของผู้ซื้อ ค่าใช้จ่ายในการขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะประกอบไปด้วยภาษีทั้ง 4 ส่วนด้วยกันได้แก่

  • ค่าภาษีอากร 0.5% ซึ่งเป็นค่าอากรแสตมป์ที่ผู้ขายเองจำเป็นต้องเสียในขั้นตอนของการจดทะเบียนในการโอนกรรมสิทธิ์โดยพิจารณาตามราคาตลาดและราคาประเมิน โดยพิจารณาร่วมกันโดยจะเลือกใช้ราคาที่สูงกว่า ในใช้ในการคำนวณในอัตราตามหัวข้อคือร้อยละ 5 หรือมองภาพง่ายๆว่า จะต้องเสีย 1 บาทใน 200 ซึ่งในกรณีนี้ผู้ขายจะต้องชำระฝ่ายเดียวเท่านั้น ในส่วนของภาษีอากรสามารถที่จะยกเว้นได้เช่นกัน แต่จะยกเว้นได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องเสียเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ค่าธรรมเนียม 2 % เป็นปกติทั้งการซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ทุกครั้งที่มีการโอนกรรมสิทธิ์โดยจะต้องเสียในอัตราตามที่ระบุไว้ในหัวข้อคือ ร้อยละ 5 แต่จะพิจารณาจากราคาประเมิน โดยการเสียค่าธรรมเนียมนี้จะไม่มีการยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่ค่าธรรมเนียมสามารถที่จะแบ่งครึ่งกันจ่ายได้ ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อในอัตราร้อยละ 1
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % ในกรณีที่ผู้ขายได้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะเวลาน้อยกว่า 5 ปี ผู้ขายจำเป็นที่จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราตามหัวข้อคือร้อยละ 3.3 โดยพิจารณาจากราคาตลาดและราคาประเมิน แล้วเลือกเอาราคาที่สูงกว่า ในส่วนของภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นสามารถที่จะยกเว้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ขายนั้นมีการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นานเกินกว่า 5 ปี หรือมีผู้ที่มาซื้ออยู่ในทะเบียนนานกว่า 1ปี ถูกเวนคืนบ้านที่ดิน รวมไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมรดก
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีมูลค่ามากๆ นั้น เมื่อผู้ขายสามารถที่จะขายได้ ก็นับว่าทรัพย์นั้นเป็นรายได้ของผู้ขาย ซึ่งจำเป็นต้องเอามาคำนวณเป็นเงินได้ ที่จะต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นความรับผิดชอบของผู้ขาฝ่ายเดียวเท่านั้น โดยค่าภาษีจะพิจารณาจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง โดยในหนึ่งปีนั้นไม่ได้นับตามจำนวนของวัน แต่นับตามปี คือ 1 ปีนั้นนับตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ตัวอย่างในกรณีที่ถือครองเดือนธันวาของปีนี้ แล้วถือครองไปถึงเดือนเมษาของปีหน้า ก็จะนับได้ว่าเป็น 2 ปี